ReadyPlanet.com
dot
dot
วัดตระพังทอง
dot
bulletประวัติวัด ฉบับสืบค้น
bulletตำนานอุโบสถวัดตระพังทอง
bulletแผนผังการเดินทางมาวัด
bulletสิ่งสักการะบูชา
bulletพระร่วง ขอมดำดิน
bulletมหาสติปัฏฐานสูตร
bulletพิธีกรรมที่เกี่ยวกับการตาย
bulletเบญจศีล เบญจธรรม
dot
ตำนานพระร่วง
dot
bulletข้าวตอกพระร่วง
bulletพระร่วงหลังรางปืน
bulletสุภาษิตพระร่วง
bulletทำนบพระร่วง
dot
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
dot
bulletวันวิสาขบูชา
bulletวันมาฆบูชา
bulletวันอาสาฬหบูชา
bulletวันเข้าพรรษา
bulletวันออกพรรษา
bulletวันอัฏฐมีบูชา
bulletวันพระ-วันโกน
dot
ทศชาติชาดก
dot
bulletพระเตมีย์ชาดก
bulletพระมหาชนกชาดก
bulletพระสุวรรณสามชาดก
bulletพระเนมิราชชาดก
bulletพระมโหสถบัณฑิตชาดก
bulletพระภูริทัตต์ชาดก
bulletพระจันทกุมารชาดก
bulletพระนารทดาบสชาดก
bulletพระวิทูรบัณฑิตชาดก
bulletพระเวสสันดรชาดก
dot
หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล(อปต.)
dot
bulletแนะนำหน่วย อ.ป.ต.
bulletระเบียบมหาเถรสมาคม
dot
เทศกาลงานประเพณี
dot
bulletตรุษสามสงกรานต์สี่
dot
ติดต่อสอบถาม

dot
bulletโรงเรียนอนุบาลการกุศลวัดคระพังทอง
bulletประวัติศาสตร์ชุมชนเมืองเก่าเมื่อ๑๐๐ ปี




พระร่วงหลังรางปืน

พระร่วงหลังรางปืน

              เป็นพระเครื่องที่มีลักษณะประติมากรรมที่งดงาม สง่า ผึ่งผาย สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี นักนิยมพระเครื่องได้ให้ความสนใจพระร่วงหลังรางปืนนี้ไม่แพ้พระเครื่องชุด "องค์ไตรภาคี" เนื่องจากเป็นพระเครื่องที่มีขนาดยาว คือพิมพ์ใหญ่ ขนาดสูงประมาณ 8-9 เซนติเมตร และมีน้ำหนักมาก สตรีที่มีพระเครื่องนี้ไม่ใคร่นิยมคล้องคอ ยกเว้นบรรดาชายหรือพวกนักรบที่ชอบคล้องคอเพราะความสง่างาม

 
 
          วัสดุที่ใช้สร้าง สร้างจากเนื้อชินตะกั่วดำโบราณจากเมืองสวรรคโลก เนื้อชินนี้เป็นเนื้อชินที่ได้รับความนิยมเรียกกันว่า "สนิมมันปู" ซึ่งจะเกาะอยู่ตามส่วนอื่น ๆ ขององค์พระ
 
 
          พระพุทธลักษณะ เป็นพระยืนประทานพรเท่าที่พบมีอยู่ด้วยกัน 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่มีขนาดสูงประมาณ 8-9 เซนติเมตร และส่วนกว้างประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร ส่วนอีกพิมพ์หนึ่งคือพิมพ์เล็ก มีขนาดเล็กกว่าพิมพ์ใหญ่เล็กน้อย คือมีขนาดสูงประมาณ 4-4.5 เซนติเมตร มีส่วนกว้างประมาณ 2 เซนติเมตร บริเวณด้านหลังขององค์พระมีลักษณะเป็นร่องจากฐานถึงบริเวณพระอังสะ (ไหล่) ขนาดของช่องกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร จึงนิยมเรียกกันว่า "หลังรางปืน" ด้านหน้าองค์พระสวมหมวกออกศึกแบบโบราณที่เรียกว่า "หมวกชีโบ" บางองค์จะมีสนิมแดงที่เรียกกันว่า "สนิมมันปู" จับอยู่ทั่วไป แต่บางองค์ก็แทบจะไม่เห็นสนิมจับเลยก็มี
 
 
          สถานที่ขุดพบได้บริเวณเจดีย์โบราณ ณ วัดพระปรางค์ (วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เชลียง) อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย จำนวนที่ขุดพบครั้งแรกนั้นมีประมาณ 400 องค์ สำหรับราคาที่ให้เช่าบูชาในขณะนั้น องค์ละ 100 บาท ก็ยังหาผู้บูชาไม่ค่อยจะได้ แต่สำหรับปัจจุบันองค์ที่มีสภาพสมบูรณ์ราคาจะสูงมาก เนื่องจากมีจำนวนน้อย
 
 
          วิธีสังเกตโดยทั่วไป เนื่องจากพระร่วงหลังรางปืนนี้สร้างขึ้นจากวัสดุที่เรียกว่า เนื้อชินตะกั่วดำโบราณพิเศษ จึงมีสนิมแดงที่เรียกว่า "สนิมมันปู" สนิมจะเกาะอยู่ตามขอบหรือบริเวณที่เป็นสันหรือส่วนที่เป็นฐานนูนอยู่โดยทั่วไป ลักษณะของสนิมจะจับแน่นในเนื้อองค์พระโดยทั่วไป แต่ในปัจจุบันพึงต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะปรากฏว่ามีผู้ทำเลียนแบบของเก่าโดยใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยทำการอบสนิมแดง โดยใช้เครื่องมือและสารเคมีเข้าช่วยทำให้เกิดสนิมแดงได้คล้ายคลึงกับของจริงมาก และมักใช้น้ำมันและผงสีดำทาทับไว้จนทั่วเพื่ออำพรางสายตานักเลงดูพระรุ่นใหม่
 
 
          ด้านพุทธคุณนั้น กล่าวกันว่า พระร่วงหลังรางปืนนั้นมีอานิสงส์สูงส่งทางโชคลาภ แคล้วคลาด คงกระพัน และป้องกันไฟไหม้
 






มรดกโลกล้ำเลิศ กำเนิดลายสือไทย เล่นไฟลอยกระทง ดำรงพุทธศาสนา งามตาผ้าตีนจก สังคโลกทองโบราณ สักการะแม่ย่าพ่อขุน รุ่งอรุณแห่งความสุข
วัดตระพังทอง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย 64210 , 085-052-3797 traphangthong@hotmail.com